“The Art of Refined Living”

บ้านหลังนี้ถูกออกแบบให้สะท้อนความเรียบหรูและความอบอุ่นผ่านงานอินทีเรียที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้าสู่ตัวบ้าน จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่โปร่ง สบาย และมีความต่อเนื่องของดีไซน์อย่างชัดเจน ผ่านการเลือกใช้โทนสีที่นุ่มนวล ผสานกับงานบิลท์อินและองค์ประกอบตกแต่งที่ช่วยเติมมิติให้ทุกพื้นที่ดูมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น

Dining Area ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมทั้งการใช้งานและความรู้สึกอบอุ่นของคนในบ้านเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านงานอินทีเรียที่เรียบเนี้ยบและดูสบายตาในทุกองค์ประกอบ ไฮไลต์สำคัญของพื้นที่นี้อยู่ที่ “ตู้โชว์กระจกบิลท์อิน” ขนาดเต็มผนัง ที่ช่วยเติมมิติให้ Dining Area ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น บานกระจกใสช่วยเปิดมุมมองให้พื้นที่ดูโปร่ง ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่โชว์ของสะสม ชุดจาน หรือของตกแต่งต่างๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ การเลือกใช้โทนสีอ่อนร่วมกับวัสดุลายไม้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่น ผ่อนคลาย และเชื่อมต่อกับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้อย่างลงตัว ขณะที่โต๊ะอาหารลายหินอ่อนและเก้าอี้สีเข้มช่วยเพิ่มบาลานซ์ให้พื้นที่ดูมีมิติและน่าสนใจมากขึ้น

Master Bedroom ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนที่ให้ความรู้สึกเรียบสงบ สบายตา และเต็มไปด้วยรายละเอียดของงานอินทีเรียที่ถูกคิดมาอย่างพอดีในทุกองค์ประกอบ บรรยากาศโดยรวมเน้นโทนสีขาว ครีม และเบจ ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายและทำให้ห้องดูโปร่งมากยิ่งขึ้น ผนังหัวเตียงถูกตกแต่งด้วยงานคิ้วบัวช่วยเพิ่มมิติให้ผนังดูมีรายละเอียดโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูหนักจนเกินไป ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างจุดโฟกัสให้กับเตียงนอนได้อย่างลงตัว ฝั่งปลายเตียงมีการออกแบบให้สอดคล้องกับหัวเตียง งานบิลท์อินชั้นวางทีวีและตู้โชว์ให้เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว เน้นเส้นสายที่เรียบสะอาดตา พร้อมแทรกฟังก์ชันการจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ อีกหนึ่งรายละเอียดที่ช่วยเติมบรรยากาศให้ห้องดูอบอุ่นขึ้น คือการเลือกใช้ผ้าม่านโทนอ่อนแบบเลเยอร์ ที่ช่วยกรองแสงธรรมชาติให้ดูนุ่มนวล พร้อมเพิ่มมิติและความละมุนให้กับพื้นที่

Walk-in closet & Dressing Table ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับฟังก์ชันได้อย่างลงตัว ตู้เสื้อผ้าโดดเด่นด้วยหน้าบานกระจกเงาสีชาตัดเฟรมสีทองที่ช่วยลวงตาให้สเปซดูกว้างขวางและมีมิติ พร้อมเพิ่มความเป๊ะให้มุมโชว์กระเป๋าด้วยการซ่อนไฟ LED แบบ Indirect Light ช่วยขับให้ของสะสมดูโดดเด่นและเป็นระเบียบ การจัดวางทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางและน่าใช้งาน นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับมุมโต๊ะเครื่องแป้งที่ออกแบบให้เว้นพื้นที่หน้าต่าง เพื่อรับแสงธรรมชาติที่เหมาะกับการแต่งหน้าและยังเชื่อต่อกับมุมทีวีได้อย่างลงตัว เป็นการจัดวางพื้นที่แบบ L-Shape ที่ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่าและสะท้อนรสนิยมผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

Second bedroom อัปเกรดห้องนอนรองให้กลายเป็นสเปซสุดอบอุ่นในสไตล์ Modern Classic ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนดีเทลความหรูหราไว้ได้อย่างน่าสนใจ ห้องนี้เลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ตัดด้วยอลูมิเนียมและกระจกสีดำ เพื่อเพิ่มความทันสมัย งานออกแบบเริ่มต้นด้วยผนังตกแต่งหัวเตียง (Wall Decoration) ที่เดินคิ้วบัวเพิ่มมิติให้ห้องดูมีลูกเล่น มาพร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์โทนสีขาวสะอาดตาที่ตัดกับพื้นไม้ช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นที่สุดทั้งโซน TV ชั้นวางแบบลอยตัวที่ทำให้ห้องดูโปร่ง และมุมโต๊ะเครื่องแป้งที่บิลท์อินเข้ากับตู้เก็บของทรงสูง (Tall Cabinet) หน้าบานกระจกใส ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บแนวตั้งให้คุ้มค่าที่สุด โดยยังคงความสวยงามและครบครันในทุกฟังก์ชัน

Third Bedroom เปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็นสเปซที่ครบครันทั้งการพักผ่อนและการใช้งาน สำหรับห้องนี้จะเน้นความ classic ในโทนสีขาวและเทาอ่อน ตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์ลายไม้และผ้าม่านสีครีมทำให้ห้องดูอบอุ่น ช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายตา ตู้เสื้อผ้าบิลท์อินแบบสูงชนฝ้า (Floor-to-Ceiling) หน้าบานกระจกเงาที่ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับมุมตู้เสื้อผ้าให้ความรู้สึกต่อเนื่องในการแต่งตัว พร้อมฟังก์ชันตู้เก็บของอเนกประสงค์ที่จัดวางได้อย่างเป็นระเบียบ สำหรับห้องนี้ เจ้าของห้องชื่นชอบการใช้เวลาเพื่อพักผ่อนและทำกิจกรรมส่วนตัวภายในห้อง จึงได้ออกแบบมุมนั่งทำงานส่วนตัว เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและยังคงบรรยากาศที่สงบผ่อนคลายภายในพื้นที่เดียวกัน โดยยังคงความละมุนด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งมนและงานผ้าโทนสีเอิร์ธโทน เป็นการตกแต่งที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

ห้องพระ เปลี่ยนมุมศรัทธาให้ดูทันสมัยและกลมกลืนกับตัวบ้านด้วยมุมห้องพระสไตล์ Modern Minimal ที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความประณีต ตัวตู้เลือกใช้โทนสีขาวสะอาดตา ตัดสลับกับเส้นสายสีทองเพิ่มความหรูหรา มาพร้อมฟังก์ชันตู้เก็บของบิวท์อินด้านล่างแบบจัดเต็ม ช่วยให้จัดเก็บอุปกรณ์สำหรับไหว้พระได้อย่างเป็นระเบียบและมิดชิด การออกแบบมีการยกระดับชั้นวางให้ดูมีมิติและเหมาะสมกับการจัดวางองค์พระพุทธรูป พร้อมพื้นที่กว้างสำหรับวางแจกันดอกไม้และเครื่องสักการะได้อย่างลงตัว

 

 

 

 

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียการแต่งบ้านไม่ว่าคุณจะมีโจทย์แบบไหนทาง Zelection Interior สามารถ รังสรรค์ออกมาให้บ้านของคุณเป็นจริงได้ตาม Personalized และ Lifestyle เพราะเราเชื่อว่าบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องใช้งานได้จริง และเติมเต็มทุกฟังก์ชัน ให้คุณรู้สึกสบายในทุกวันครับ

 

 

 

 

 

Zelection Interior ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องการแต่งบ้าน ตอบโจทย์งานดีไซน์หรู ด้วย Exclusive Materials ที่ไม่ซ้ำใคร นำเข้าจากทั่วมุมโลก หมดกังวลงานติดตั้งด้วยทีมงานมืออาชีพ พร้อมตอบโจทย์ทุกความ ต้องการของคุณ ครบ จบ ในที่เดียว

 

 

 

 

 

หากคุณกำลังมองหาทีมงานมืออาชีพอยู่ล่ะก็…ให้ Zelection Interior เป็นผู้ช่วยคุณในการแต่งบ้าน ติดตั้ง ทันใจใน 60 วัน ตอบโจทย์ทุกพื้นที่ ลงตัวทุกฟังก์ชั่น แวะไป Zelection Interior ที่ เอสบี ดีไซน์สแควร์ สาขา Crystal design center / พระราม 2 / The Crystal SB Ratchapruek / บางนา

 

 

 

 

 

หรือ add LINE มาที่ @Zelection อย่าลืมกด subscribe ช่องยูทูปของ Zelection Interior จะได้ไม่พลาดกับเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับการ “แต่งบ้าน” สวยด้วยงาน Interior ได้ที่นี่!! https://youtube.com/channel/UCfqMi5_A2L2IdAVpZFfbcXA /https://www.youtube.com/@zelectioninterior